สิ่ งเห ล่ านี้เ ลี่ ย งได้ค วรเลี่ ย ง กินปร ะจำร ะ วั งหน้ าแ ก่

สิ่ งเห ล่ านี้เ ลี่ ย งได้ค วรเลี่ ย ง กินปร ะจำร ะ วั งหน้ าแ ก่

รู้ห รื อ ไ ม่ มีอ า ห า รที่ ห า กกินเยอะๆ กินบ่อยๆ ก็จะทำให้แ ก่เร็วเกินอายุจริง

โดย วนะพร ทองโฉม นักวิชาการฝ่ายโภชนาการ คณะแพทยศาสตร์โรงพย าบาลรามาธิบดี มหาวิทย าลัยมหิดล

ใ ห้ ข้ อ มูลที่น่าสนใ จไว้ว่า อาหาร ที่ ทำ ใ ห้แ ก่เร็ว เป็นกลุ่ ม อ า ห ารที่ทำล ายสุ ข ภา พ ของคนไทย ได้แ ก่

1. อ า ห า ร ก ลุ่ ม ปิ้ง ย่ าง ทอด

อ า ห ารกลุ่มปิ้งย่ าง และอาหารทอด ก็มีปัจจัยเร่ งให้เกิดส าร เร่ งแ ก่มากขึ้น

เช่น ไก่ทอดมีส ารเร่ งแ ก่มากกว่าไก่ต้ม 9 เท่า ส่วนมั นฝรั่งทอด (เฟรนช์ฟราย)

มี ส า รเร่ งแ ก่มากกว่ามั นฝรั่งต้ม มากถึง 90 เท่า ถ้าจะทานของทอด ให้หลีกเลี่ยงกระบวนการทอดซ้ำ

ส่ ว นอา หารปิ้งย่า งให้ใช้ใบตองหรือแผ่นฟอยล์ห่อหุ้มเ นื้อสัตว์ก่อนนำไปย่า ง

เ พื่ อ ลด อ นุมูลอิสระและสา รก่อมะเร็ งที่มาจากคราบเขม่าไหม้ดำ จึงช่วยลดสา รเร่ งความแ ก่ได้

วิ ธี ที่ แนะนำในการปรุงอาหาร คือ ใช้อุณหภูมิความร้อนพอดีๆ ไ ม่ร้อนจัด

เ น้ น ก า ร ป รุ งแบบต้ม นึ่ง ผัด ก็จะช่วยป้องกันทั้งส ารก่อมะเร็ ง และส ารเร่ งแ ก่ได้

 

2. ไข มั น อิ่ ม ตัว ไขมัน ท ร า นส์

ก า ร กิ นอาหารที่มีไขมันสูงมากเกินไป จะก่อให้เกิดอนุมูลอิสระ และภาวะการอักเส บขึ้นภายในร่างกาย

โ ด ย เ ฉ พ าะไขมันทรานส์ เช่น เนยเทียม ครีมเทียม และของทอดที่เราซื้อจากนอกบ้าน (ไขมันทอดซ้ำ)

ถื อ ว่ า เป็นไขมันทรานส์ทั้งนั้น รวมถึงไขมันอิ่มตัว คือ ไขมันจากสัตว์ น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม กะทิ เหล่านี้

ก็ เ ป็ น ตั ว การกระตุ้ นให้เกิด ส ารเ ร่งแ ก่ ได้มากเช่นกัน นอกจากนี้ก็ยังมีพวกไขมั นอิ่มตัวแฝง ก็คือ เนื้ อสั ตว์แปรรูปต่างๆ

เช่น ไ ส้กรอก หมูยอ แฮม เบคอน กุนเชียง ฯลฯ ไขมันเหล่านี้จะแทรกซึมลงไปตามเซลล์ผิวหนั งของเรา

ทำ ใ ห้ ผิว ห นั งของเราได้รับประโยชน์ได้ไ ม่เพียงพอ ทำให้เกิดความแ ก่ขึ้นมาได้

คำแน ะ นำสำหรับ ก า ร บริโภคไขมัน คือ ให้ทานได้ไ ม่เกิน 30% ของพลังงานทั้งวัน หรือคิดง่ายๆ คือ

ไ ม่ควรบริโภคน้ำมันเกิน 6 ช้อนชา ต่อ 1 วัน เฉลี่ย 2 ช้อนชาต่อมื้อ

แ ล ะ ค ว ร เลือกรับประทานน้ำมั นที่มีคุณภาพ เป็นกลุ่มน้ำมั นที่มีไขมั นไ ม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียว

เช่น น้ำมัน รำ ข้ าว น้ำมั น มะ ก อก น้ำมันคาโนลา น้ำมันเมล็ดชา

 

3. เ ค รื่ องดื่ ม น้ำตา ลสู ง

ก็คื อ คาร์โบไฮเดรตขัดขาว รวมถึงน้ำตาลทรายขัดขาว การได้รับมากเกินไปจะทำให้แ ก่เร็วขึ้น

อ ย่ า ง น้ำ ต า ล ในชา กาแฟ ที่เรากินทุกเช้า ใส่น้ำตาลมากถึง 12 ช้อนชาต่อแก้ว (16 ออนซ์)

ห รื อ น้ำ อั ดล ม มีน้ำตาลอยู่ 7 ช้อนชาต่อ 1 กระป๋อง และน้ำผลไม้มีน้ำตาลอยู่ 6 ช้อนชาต่อแก้ว

ถ้ า เ รา ได้รับน้ำตาลมากเกินไป เมื่อเข้าไปในร่างกายก็จะไปจับกับโปรตี น แล้วเกิดปฏิกิริย าไกลเคชั่น

ก่ อให้ เกิดสา รเร่งแ ก่ ที่เรียกว่า Advanced Glycation End Products (AGEs) ซึ่งตรงนี้มันจะทำให้

เ กิ ดอ นุ มู ลอิสระที่มากเกินไป ทำให้คอลลาเจนข า ด ความยืดหยุ่น เป็นที่มาของความแ ก่ได้

สำห รั บ ก า รรับประทานน้ำตาลให้เหมาะสม คือ 10% ของพลังงานที่เราใช้ทั้งวัน

ห รื อ คิ ดง่ายๆ คือ ไ ม่ควรกินน้ำตาลเกิน 6 ช้อนชาต่อวัน เฉลี่ย 2 ช้อนชาต่อมื้อ

 

4. เ ค รื่ อ งดื่ ม แ อลกอฮ อล์

ใ น ท า งโภชนาการ เครื่องดื่ ม แ อลกอฮอ ล์ ถือเป็นพลังงานว่างเปล่า กินเข้าไปแล้วร่างกายไ ม่สามารถ

เ อ า ม าใช้เป็นพลังงานได้ พอใช้ไ ม่ได้ ก็เปลี่ยนเป็นไขมันสะสมในร่างกาย ซึ่งไขมันสะสมนี้ร่างกาย

จ ะ เ กิดปฏิกิริย าออกซิเดชั่น ทำให้เกิดอนุมูลอิสระมากเกินไป ความแ ก่ก็ตามมาเร็ว

น อ ก จ ากนี้ แอ ลกอฮ อล์จะไปขัดขวางการดูดซึมวิตามิน แร่ธาตุ ที่มีประโยชน์ในการต่อต้ านอนุมู ลอิสระ

ทำใ ห้ ร่ า ง ก ายดูดซึมวิตามินเหล่านั้นไ ม่ได้ ก็ยิ่งทำให้เกิดอนุมู ลอิสระมากขึ้นไปอีก

ดั ง นั้ นถ้ าใ ค ร ยิ่งดื่ ม แ อลกอฮอ ล์มากเป็นประจำก็จะยิ่งทำให้แ ก่เร็ว

 

5. อ า ห า ร ปน เ ปื้ อนส ารพิ ษ

ก ลุ่ ม อ าหารปนเปื้ อนส ารเ คมี ส ารพิ ษ เช่น อาหารที่มีการปนเปื้ อนส ารตะกั่ว

เช่น อาหารริ ม ท า งที่ไ ม่มีภาชนะคลุมปิดให้มิดชิด หรือพวกอาหารหมักดองต่างๆ

ที่ มี เ ชื้ อแบ คทีเรี ยก่อโร ค เมื่อร่างกายได้รับเข้าไป ร่างกายเกิดกระบวนการกำจั ดส ารพิ ษ

ซึ่ ง ก ร ะบ ว น ก า ร นี้จะก่อให้เกิดอนุมูลอิสระสูง เป็นสาเห ตุของการแ ก่เร็วนั่นเอง